Food of taiwan

มาตรฐาน
อาหารแนะนำในไต้หวัน

“ตัน ไจ๋ เมี่ยน” คือบะหมี่ ของประเทศไต้หวัน หรือจะเรียกว่าเป็นบะหมี่ประจำชาติก็ว่าได้ ราเม็งมีความหมายต่อประเทศ ญี่ปุ่นเพียงไร เจ้า ตันไจ๋เมี่ยนก็มีความหมายต่อ ประเทศไต้หวันฉันนั้น สิ่งที่พิเศษในตันไจ๋เมี่ยนนั้นคือ น้ำซุปที่มีรสชาติกลมกล่อมที่เคี่ยวเป็นเวลานานจากซี่โครงหมูที่คัดเกรด อย่างดีจากฟาร์มที่มีชื่อเสียง ในประเทศไต้หวัน บวกกับเส้นบะหมี่ที่นวดจากแป้งอย่างดี ทานกับเครื่องปรุงและส่วนผสม หลากหลายกลายเป็น บะหมี่ รสเลิศที่ไม่ควรพลาดในการชิมรสด้วยประการทั้งปวง

 
วิธีทำ

หมูสามชั้น หรือหมูสันใน 375 กร้ม
ต้นหอม 2 ต้น
พริกแดง 2 เม็ด หรือชอบเผ็ดมาก ก็เพิ่มได้นะคะ
มิโซ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำ ครึ่งถ้วย
เหล้า 1 ช้อนโต๊ะ ยุ้ยใช้เหล้าจีน เสาซิงค่ะ

วิธีทำ
1. ถ้าใช้หมูสามชั้น ให้ตัดหนังออก หั่นชิ้นบาง
2. ซอยต้นหอม แยกส่วนเขียว กับส่วนขาว แยกกันไว้ ซอยพริกไว้ แบบเฉียงๆ แต่กลัวเผ็ดมาก ก็เอาเมล็ดพริกออก
3. ผสม มิโซ น้ำตาล น้ำ เข้าด้วยกัน
4. ใส่น้ำมันประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ผัดจนหมูเปลี่ยนสี แล้วใส่ เหล้า 1 ช้อนโต๊ะ ผัดให้ทั่ว ตักขึ้น
5. ใช้น้ำมันที่เหลือผัดต้มหอมส่วนสีขาว เติมส่วนผสมมิโซในข้อ 3 ผัดเร็วๆด้วยไฟแรง แล้วเอาหมูที่พักไว้ใส่เข้าไป ผัดให้ทั่ว
6. เติมต้นหอม ส่วนสีเขียว และ พริกแดง

 

Food of Sweden

มาตรฐาน

ซี่โครงหมู

ญ

เครื่องปรุงที่ใช้ หมูส่วนชีโครง เห็ด แครลอต เบคอน หอมใหญ๋ ผงกระเทียมพริกไทย ใบกระวานคนอร์หมู๑ก้อน ต้นหอม SELLER

ห

ซุปเนื้อ 

284255310610

ส่วนประกอบ

มันฝรั่ง สามหัว
หัวผักกาด หรือภาษาสวีดิชเรียก Palsternacka ภาษาอังกฤษ เรียก Parsnip สองหัว
หัวเซลราลี่ 1 หัว
แครอท สองสามหัว
เนื้อวัว ครึ่งกิโล
ต้นหลีก หนึ่งต้น
เกลือ พริกไทย คนอร์เนื้อ
มาร์การีน นิดหน่อยไว้ตอนผัดเนื้อก่อนต้ม

เสิร์ฟกับ
ขนมปังแบบแห้ง
เนยแข็ง
เนยอ่อน

หแแ

            วิธีทำ หั่นหัวผักต่างๆ เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ หั่นเนื้อ ตั้งหม้อ ใส่มาร์การีนเล็กน้อย เอาเนื้อลงไปผัดให้สุก ใส่ผักต่างๆ ยกเว้นต้นหลีกให้ใส่หลังสุด เติมน้ำ เติมคนอร์เนื้อ ต้มให้สุก ชิมรส เติมเกลือ พริกไทย ใส่เป็นแบบเม็ดหรือแบบผงก็ได้

กก

ที่มาhttp://www.foodietaste.com/recipe_detail.asp?id=691

Food of Turkey

มาตรฐาน

อาหารตุรกี ส่วนใหญ่ประกอบด้วยผักสด เนื้อวัว เนื้อแกะ อาหารทะเล และแป้งซึ่งนำมาปรุงด้วยวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะการย่าง แบบที่เรียกว่า เคบับ ซึ่งมักเป็นเนื้อวัว หรือเนื้อแกะเสียบทับกันจนเป็นก้อนสูงด้วยไม้หรือเหล็ก ซึ่งสามารถเลือกเครื่องจิ้มแบบต่างๆได้

นอกจากนี้ก็มีชิช เคิฟเด เนื้อผสมหัวหอมแดงและปรุงรส ปั้นเป็นก้อน เสียบไม้ทอด และดอล์มาซึ่งเป็นชื่อเรียกอาหารยัดไส้ ถ้าเป็นจานหลัก มักเป็นเนื้อวัวบด และหัวหหอมสัปปรุงรสยัดไส้มะเขือเทศ พริกหยวก หรือมะเขือยาว แต่ถ้าเป็นจานเรียกน้ำย่อย มักเป็นข้าว ลูกสน องุ่นจิ๋ว ผัดในน้ำมันมะกอก และยัดไส้พริกหยวก ใบองุ่น หรือกะหล่ำปลี

 

เพื่อนรู้จักดินแดนสองทวีปรึเปล่าคะ ถ้าไม่รู้จะเฉลยให้ว่า สมญานามดินแดนสองทวีปนั้น เป็นของประเทศ ตุรกี เพราะตุรกีมีพื้นที่ปกคลุม 2 ทวีป ทั้งเอเชียและยุโรปคะ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับดินแดน 2 ทวีป ผ่านทางอาหารประจำชาติกันคะ

อาหารประจำชาติตุรกี ที่ใครซื้อตั๋วเครื่องบิน ไปเที่ยวแล้วไม่ได้ลองกินจะเหมือนมาไม่ถึง มีชื่อว่า Kebap แปลว่าย่างคะ ซึ่งเขาจะนำ เนื้อแกะ เนื้อไก่ เนื้อวัว แต่ยกเว้นเนื้อหมู เพราะชาวตุรกีนับถือศาสนาอิสรามคะ 

กรรมวิธี การกินมี 2 แบบ คือ น้ำเนื้อเสียบไม้แล้วย่างบนเตาหมุน พอสุกแอามาเฉียดเป็นชิ้นเล็กๆ เวลาทานๆคู่กับผักสลัด และแผ่นแป้ง แล้วราดซอส เรียกว่า Dorner kebap ส่วนอีกหนึ่งชนิด เรียกว่า Bursa kebap วิธีทานก็เอาเนื้อวางบนแผ่นแป้งโรตี ที่หั่นเป็นชิ้นๆ แล้วราดด้วยซอสมะเขือเทศคะ

 

 ปัจจุบัน เคบับหาทานได้ง่ายคะ แทบจะทั่วทุกมุมโลก ซึ่งรสชาติหรือ ส่วนผสมก็ต่างไปบาง แต่ยังคงรูปและลักษณะเดิมอยู่ ซึ่งในบ้านเราก็มีเหมือนกัน ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งถนนข้าวสาร พัทยา ภูเก็ต และอีกหลายที่ ถ้าใครยังไม่เคยลอง ลองมองหาร้านที่มีเนื้อเสียบอยู่บนเตาหมุนดูนะคะ อร่อยมากจริงๆ

Food of Portugal

มาตรฐาน

 

ด้วยมีอาหารหลากหลายชนิด และหลากหลายชาติให้ได้ลิ้มรสกัน ที่พลาดไม่ได้เมื่อไปถึงมาเก๊า ก็ต้องเป็นอาหารประจำชาติ ที่เรียกกันว่า “อาหารแมคกันนีส” และ 

“อาหารโปรตุเกส” ซึ่งไม่สามารถหาทานได้ในเมืองไทยอย่างแน่นอน

 

yummy_tanoosinh_01-1

                   “อาหารแมคกันนีส” เป็นอาหารที่ผสมผสานเอารสชาติและเครื่องปรุงจากนานาชาติ ทั้ง ยุโรป อเมริกาใต้ แอฟริกา และ เอเชียมาไว้ด้วยกันในแต่ละจาน ตกแต่งสไตล์ยุโรป เพิ่มเสน่ห์และรสชาติในการรับประทานด้วยไวน์ชั้นเลิศของโปรตุเกส

 

food1

        ขนมที่ขึ้นชื่อและมีต้นกำเนิดอยู่ที่มาเก๊า คือ ทาร์ตไข่ (Egg Tart)นอกจากนี้ยังมีโยเกิร์ตแบบโฮมเมดให้ได้ลิ้มลอง
สำหรับขนมของฝากที่เป็นสินค้ายอดนิยม ได้แก่ คุกกี้อัลมอนด์ (Almond Cake), ทองพับหรือทองม้วนไส้เค็ม, ไส้มะพร้าว ห่อด้วยสาหร่าย (Phoenix egg roll with seaweed & Shredded pork jerky)

 

ที่มา :: http://student.st.ac.th/3333316/food.html

 

 

Food of Phma

มาตรฐาน

สงสัยกันมะ ว่าอาหารพม่าหน้าตาเป็นยังไง เพราะเราจะคุ้นเคยอาหารลาวหรือเวียดนามกัน แต่พม่ากลับนึกไม่ออก (เขมรก็นึกไม่ออกเหมือนกันนะ) เราก็ได้แต่เดาว่าคงมีอีหรอบก๋วยเตี๋ยวและข้าวซอยตามประสาใกล้จีนทางใต้และ เหนือของไทย ซึ่งก็มีจิงๆ และมีอย่างอื่นอีกมากมายที่ทำเราตื่นเต้นได้พอสมควร

ชีวิตประจำวันของเราถ้าไม่ได้เที่ยว ก็คือ หาของกิน ของขายมากมายเหมือนเมืองไทยนี่แหละ แต่ดูสกปรกกว่าบ้าง (จิงๆก็มากอยู่) ซึ่งเราก็มีความสุขกับการเดินดูของโลค่อนๆแบบนี้ เราว่าเราเดินตลาดสดมากกว่าเดินวัดอีกนะ (ถ้าไม่นับทะเลเจดีย์)

อาหารพม่ารวมๆแล้วเน้นรสชาติ เค็ม และ มัน ในขณะที่ไม่เผ็ดมาก (หนังสือหลายเล่มบอกตรงกันว่าพม่าเผ็ดน้อยกว่าไทยและอินเดีย) เค็มนี่เรียกว่าเค็มโคตรๆ ขนาดเราชอบของไฮเปอร์แนท (hypernatremia = โซเดียมสูงในเลือด เราเอามาใช้กับอาหารเค็ม) ยังรู้สึกเกิน threshold ของเราไปแล้ว ส่วนมันนี่ก็เยิ้มเรย ของทอดขายข้างทางก็เยอะ แต่เราถือว่าอยู่เที่ยวไม่นาน เลยกินเต็มที่ กลับมามอบิดเรย (morbid obesity อวบอ้วนระยะสุดท้าย)

ข้าวซอย

มีข้าวซอยที่เรียกว่า ข้าวซอย เหมือนกัน แต่เสียงเพ้ียนไปบ้าง เราจับไม่ได้ว่าเรียกชัดๆว่ายังไง (อ่านเจอในเวบเรียก เค่าซแว ไม่รู้จิงเท็จประการใด) เอาเป็นว่า ไปถึงพม่าแล้วสั่ง ข้าวซอย แล้วจะเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดมากกว่านี้ แต่ข้าวซอยพม่าไม่เหมือนข้าวซอยเมืองไทยนะ (อย่างน้อยก็เค็มมาก) และแต่ละร้านก็แวริเอช่งสูงเหลือเกิน เราสั่งชี้ไปเรื่อย พอถามว่านี่อะไร ก็บอกว่า ข้าวซอย พอไปอีกร้านเห็นหน้าตาแปลกก็สั่งอีก ปกิสว่านี่ก็ ข้าวซอย หนูเลยเริ่มงง เดี๋ยวไว้ไปอินคิวเบทจะไปสืบให้รู้แน่

ข้าวซอยนี่น่าจะเป็นของ ไทใหญ่ ซึ่งอยู่ในรัฐฉานทางตะวันออกของพม่าติดกับจีนและเหนือของไทย ซึ่งก็ถือเป็นชนกลุ่มน้อยของพม่าตอนนี้ ตอนนี้เลยเปลี่ยนใจอยากพูดภาษาไทใหญ่ได้แทน ไม่เอากะเหรี่ยงแระ อิอิ แต่ตอนนี้เรายังคงชอบข้าวซอยในเมืองไทยมากกว่า

ตัวอย่างข้าวซอยร้านนึง ร้านนี้ไม่มีผักดองให้ แต่หน้าตาคล้าย

ตัวอย่าง ข้าวซอยร้านนึง ร้านนี้ไม่มีผักดองให้ (ถึงร้านอื่นมีผักดอง ก็มีแวริเอช่งผักดองอยู่ดี บางทีมีแครอทปนมาด้วย) แต่หน้าตาคล้าย ของกรอบๆข้างบนรสชาติคล้ายปาท่องโก๋นะ

โมฮิงกา

เป็นการเรียก ขนมจีน ในภาษาพม่า เป็นของหาง่ายยิ่งกว่าข้าวซอยอีก ไปไหนๆก็เจอ หน้าตาก็แวริเอช่งสูงอีกแล้ว แต่ถึงเวลาก็เรียกโมฮิงกะสิ้น มีทั้งแบบแห้งและแบบน้ำ (ข้าวซอยก็มีแห้งและน้ำเหมือนกัน) เส้นจิงๆก็มีแบบก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ของเรานะ แต่เหมือนเค้าจะไม่เรียกโมฮิงกะทั้งที่น้ำเดียวกัน เส้นขนมจีนเองก็เถอะ มีทั้งเส้นหนาเส้นบางในร้านเดียว น้ำที่ใส่นี่ก็น้ำรสชาติไม่เคยเหมือนกัน บางทีก็ใส่กรอบๆ บางทีก็ไม่ใส่ แต่ที่เหมือนกันทุกร้าน คือ เนื้อสัตว์เป็นวิญญาณเหมือนกันหมด เค้าพยายามใส่หมูกรอบหรือเนื้อไก่ให้นะ แต่หาแทบไม่เจอ ก็เข้าใจว่าคงเป็นของแพงของที่นี่

วิธีทำส่วนใหญ่จะสยองขวัญทุกร้าน คือ หยิบเครื่องใส่ชามพร้อมเส้น หลังจากนั้นก็ใช้มือเปล่าที่ตะกี๊เพิ่งหยิบแบงค์ของลูกค้าก่อนหน้า เช็ดๆกับผ้านิดหน่อย แล้วก็คลุกเส้นด้วยมือเปล่านั่นแหละ หนูต้องพยายามไม่มอง คิดซะว่าอาหารหน้าซีรี่ก็พัวไฮ (poor hygiene) เหมือนกัน เรายังกินได้เรย

ดูสิๆๆๆๆ มือคลุกกันแบบนี้ทุกร้าน บางทีเป็นก๋วยเตี๋ยวผัดน่ากินๆใส่ไว้ในหม้อใหญ่ๆ พอมีคนไปสั่งแทนที่จะใช้ตะเกียบหรืออะไรก็ได้หยิบ ก็ต้องใช้มือหยิบใส่จาน

ดู สิๆๆๆๆ มือคลุกกันแบบนี้ทุกร้าน บางทีเป็นก๋วยเตี๋ยวผัดน่ากินๆใส่ไว้ในหม้อใหญ่ๆ พอมีคนไปสั่งแทนที่จะใช้ตะเกียบหรืออะไรก็ได้หยิบ ก็ต้องใช้มือหยิบใส่จาน

คลุกเสร็จก็ออกมาเป็นแบบนี้ แต่พึงระลึกไว้ว่าหน้าตาไม่เป็นอย่างนี้ทุกร้าน ร้านนี้มีซุปมาให้ด้วย หน้าตาก็สยองขวัญพอกัน แต่พอกินเข้าไปแล้ว อรึ่ยส์ เค็มดี คาดว่าใส่ MSG ไปมากมาย

คลุก เสร็จก็ออกมาเป็นแบบนี้ แต่พึงระลึกไว้ว่าหน้าตาไม่เป็นอย่างนี้ทุกร้าน ร้านนี้มีซุปมาให้ด้วย หน้าตาก็สยองขวัญพอกัน แต่พอกินเข้าไปแล้ว อรึ่ยส์ เค็มดี คาดว่าใส่ MSG ไปมากมาย จานนี้ประมาณ 15 บาท

อาหารพม่าจิงๆ

มาดูอาหารพม่าที่เค้าขายกันในร้่านดีงามบ้างดีกว่า ซึ่งจะแพงขึ้นมาหน่อย คนละ 50 บาท บางร้านบังคับให้จ่ายคนละ 100 บาท แล้วจะมาเป็นเซท ต้องอธิบายก่อนว่า วิธีเสิร์ฟอาหารที่นี่ให้ฟีวอาหารเกาหลีปนญี่ปุ่น คือ มีอาหารบางอย่างเป็นของใครของมัน คือ ข้าว แกงกะหรี่ซักอย่าง (เลือกเอาว่า ไก่ หมู ปลา แกะ) และซุปถ้วยเล็กๆ ส่วนที่แชร์จะเป็นเครื่องเคียงซึ่งไม่ต้องสั่งมันจะมาด้วยอยู่แล้ว พร้อมกับผักสดใส่ตะกร้ามาให้จกแบ่งด้วย แต่แกงกะหรี่ก็มาในชามเล็กๆเอง พร้อมกับเนื้อสามสี่ชิ้นเล็กๆ และมักจะเทน้ำมันจนท่วม เพื่อป้องกันไม่ให้เสียง่ายและป้องกันไม่ให้ตัวอะไรตกลงไป (แล้วถ้ามันติดคาน้ำมันล่ะ) ก็ไฮโดสน้ำมันอีกแล้ว แต่ผักสดๆนี่รู้สึกว่าเฮลธี้ขึ้นมา เค้าชอบกินใบมะกรูดสดกันนะ มีใบบัวบกด้วย ตอนแรกเราไม่รู้ กินแล้วอร่อยดีเพราะมีกลิ่นเอิ๊บๆ (herb) จนแม่บอกว่านี่มันใบบัวบกแต่ของไทยไม่มีกลิ่นแบบนี้

กินเป็นเจ๊ทแบบนี้ หน้าตาไม่น่ากินในตอนแรก แต่กินๆไปก็อร่อยดี (คงเพราะเค็มทุกอย่าง) มีผักดองด้วยคือมะกรูดฝานแล้วดอง รสชาติสยองขวัญเกินสำหรับเรา และก็มีน้ำพริกอ่องที่เราว่าอร่อยกว่าที่เคยกินในเมืองไทย

กิน เป็นเจ๊ทแบบนี้ หน้าตาไม่น่ากินในตอนแรก แต่กินๆไปก็อร่อยดี (คงเพราะเค็มทุกอย่าง) มีผักดองด้วยคือมะกรูดฝานแล้วดอง รสชาติสยองขวัญเกินสำหรับเรา และก็มีน้ำพริกอ่องที่เราว่าอร่อยกว่าที่เคยกินในเมืองไทย

สุกี้

ตามทางเดินในย่างกุ้งจะเจอร้านข้างทาง มีผักหลากหลายวางใส่ตะกร้าให้เลือก เผอิญเราอยากผักหญ้าหลังจากกินแต่ของทอด เลยไปชี้ๆภาษามือ (ส่วนใหญ่คนขายของโลค่อนแบบนี้พูดอังกิดไม่ได้มาก) แล้วกลับมานั่งตุ๊มต่อมว่าเค้าจะทำอะไรให้หนูกิน แล้วมันก็ออกมาหน้าตาเหมือนสุกี้ แม่ช่วยคอนเฟิมเพราะแม่เคยกินอาหารคล้ายๆแบบนี้ที่ยูนนานแล้วไกด์ว่ามันเป็น สุกี้ของเค้าโดยใส่เห็ดและผักหลายๆอย่าง ในจานนี้หลากหลายไปถึงเส้นก๋วยเตี๋ยวด้วย เส้นหมี่เส้นขาวแบบกลมมีหมด คนขายสุกี้ร้านนี้สวยมากกกก หน้าตาเป็นดาราเกาหลีได้เรยโดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม เดาว่าชีมาจากไทใหญ่ จิงๆแล้วคนพม่าหน้าตาดีเยอะนะ พวกเด็กที่หลอกขายของเราก็น่ารักเยอะเลย แต่คงไม่ได้น่ารักแบบสมัยนิยม (คือ หน้าจีนตาตี่) (แต่ผู้ชายนี่ยังไม่เห็นดีฮ่ะ)

อร่อยนะ แต่เผ็ดและเค็มไปหน่อย เพิ่งเคยเจอของเผ็ดจิงจัง เยอะขนาดนี้ ราคา 25 บาท

 

ให้ดูสภาพโต๊ะที่กินด้วย โต๊ะกินข้าวข้างทางที่นี่มักจะเตี้ยๆเช่นนี้ และมีถ้วยชาให้เติมน้ำกินฟรี ซึ่งจะแช่ถ้วยในน้ำ แล้วก็รียูสเอาเอง หนูขออนุญาตไม่กินด้วย

ให้ ดูสภาพโต๊ะที่กินด้วย โต๊ะกินข้าวข้างทางที่นี่มักจะเตี้ยๆเช่นนี้ และมีถ้วยชาให้เติมน้ำกินฟรี ซึ่งจะแช่ถ้วยในน้ำ แล้วก็รียูสเอาเอง หนูขออนุญาตไม่กินด้วย แต่ไม่ว่าร้านไพร่แค่ไหนก็ต้องมีกระดาษทิชชูให้

ร้านกาแฟ

อย่าคาดหวังว่าเป็นคาเฟ่ ที่นี่เป็นร้านชากาแฟสไตล์สภากาแฟเมืองไทยมากกว่า และส่วนใหญ่จะมีแต่ผู้ชายนั่ง เหมือนมีการแบ่งแยกนิดๆ จะแปลกๆถ้าผู้หญิงไปนั่ง จะเปิดแต่เช้าเลย มีอาหารที่ขายร่วมด้วย เช่น ปาท่องโก๋ (ที่นี่เรียกประมาณ อิ่วเจ๋ คล้ายภาษาแต้จิ๋วเรย) นาน (เก๋มะล่ะ มีนาน อร่ึยส์มีก ในราคาแผ่นละ 6 บาท) โรตี ซาลาเปา ซาโมซ่า จีนแขกปนกันมั่วไปหมด ก็เป็นความเก๋ไปอีกแบบ แล้วเค้าจะจัดใส่จานมาตั้งไว้ที่โต๊ะเลยโดยที่เราไม่ต้องบอก เรากินไปได้เท่าไหร่ก็กินไป เค้าจะคิดเงินเท่าที่เรากิน พวกที่เหลือก็เอาไว้ให้แขกคนอื่น (แม่บอกว่าแต่ก่อนเมืองไทยก็มีเสิร์ฟแบบนี้)

ข้างหน้านี่คือ แป้งแบบซาลาเปาไส้มะพร้าวหวานๆแล้วเอาไปทอด (มันเยิ้มอีกละ) ปกติเราไม่ชอบมะพร้าวยังรู้สึกว่ามันอร่อย ไม่รู้ว่าอาหารชาติไหน

ข้าง หน้านี่คือ แป้งแบบซาลาเปาไส้มะพร้าวหวานๆแล้วเอาไปทอด (มันเยิ้มอีกละ) ปกติเราไม่ชอบมะพร้าวยังรู้สึกว่ามันอร่อย ไม่รู้ว่าอาหารชาติไหน

ขนมตลาดนัด

อย่างที่บอกว่าไป Nat Festival หรืองานไหว้ผี ก็มีของขายมากมาย โดยเฉพาะของกิน แต่ได้รูปมาไม่เยอะ เพราะมัวแต่เดินกินไปเรื่อยจนมือมัน อิอิ ซึ่งที่ย่างกุ้งถ้าได้เดินถนนใหญ่ในเมือง ก็จะเห็นของทอดให้กินเรื่อยเจื้อยตลอดทาง กินจนอิ่มได้เลยล่ะ

ขนมครก เราชอบมากกกก มันเป็นแบบเค็ม เหมือนใส่เม็ดถั่ว ใบชะอมนี้ดส์นึง อะไรอีกไม่รู้ แต่เค็ม ส่วนอันมะเขือเทศหน้าตาอย่างกะซัลซ่า แต่เผ็ดจากพริกสดที่แอบแฝงมาด้วย

ขนม ครก เราชอบมากกกก มันเป็นแบบเค็ม เหมือนใส่เม็ดถั่ว ใบชะอมนี้ดส์นึง อะไรอีกไม่รู้ แต่เค็ม ส่วนอันมะเขือเทศหน้าตาอย่างกะซัลซ่า แต่เผ็ดจากพริกสดที่แอบแฝงมาด้วย

โรตีที่นี่จะหน้าตาแบบนี้ แล้วจะใส่ถั่วตรงกลางกะน้ำหวานๆ ซึ่งเราไม่นิยมถั่วเลยไม่ชอบ แต่แป้งอร่อยดี

โรตีที่นี่จะหน้าตาแบบนี้ แล้วจะใส่ถั่วตรงกลางกะน้ำหวานๆ ซึ่งเราไม่นิยมถั่วเลยไม่ชอบ แต่แป้งอร่อยดี

ขนมอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าต้องหวานมาก เพราะเคยหลงซื้อมาอย่างนึง หวานเกินจะรับได้ เลยจะไม่หลงผิดอีก เดาเอาว่า อันสีดำๆเขียวๆข้างหน้า อาจจะเป็นกาละแมอย่างนึง

ขนม อะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าต้องหวานมาก เพราะเคยหลงซื้อมาอย่างนึง หวานเกินจะรับได้ เลยจะไม่หลงผิดอีก เดาเอาว่า อันสีดำๆเขียวๆข้างหน้า อาจจะเป็นกาละแมอย่างนึง

แลซซี่ (lassi)

โดยเฉพาะในย่างกุ้ง มีแขกอพยพเข้ามามากจนไม่แน่ใจว่าที่นี่บอมเบย์รึป่าวนะ ร้านอาหารอินเดียเปิดเรียงกันเป็นตับ และมีโบสถ์ฮินดูแทรกอยู่ด้วย แต่อาหารอินเดียที่นี่จะเป็นแนวอาหารอินเดียข้างทางเมืองไทย (ก็หนูกินร้านข้างทางนี่) ก็เลยจะเป็น ข้าวหมกไก่ ข้าวแกงกะหรี่ โรตี มะตะบะ ซึ่งไปกินร้านตามที่โลนลี่แพลทเนทแนะนำจิงจัง ปกิสว่าข้าวหมกไก่อร่อยที่สุดตั้งแต่เคยกินมา ข้าวนิ่มและเค็ม ไก่ก็หมักเข้าถึงเนื้อ เราเลยหิ้วกลับเมืองไทยอีก 3 ถุงเรย จานละ 50 บาทแต่ปริมาณเยอะมาก แล้วก็มีร้านขายแลซซี่อีกมาก ซึ่งมีทั้งแบบโยเกิตเป็นโยเกิตเลย หรือว่าแบบปั่นก็มี (แลซซี่เป็นน้ำโยเกิตป่ันของแขก…ตามความเข้าใจของเรา) ผลไม้ก็มีหลายอย่างให้เลือก ในราคาไม่เกิน 30 บาท

โย เกิตมาแบบเฟรชๆเรย บางส่วนยังเป็นก้อนอยู่เรย คนขายบอกว่านี่ก็แลซซี่ ก็เชื่อก็ได้จ้ะ หนูคาดหวังว่าจะเอาไปปั่นกะมะม่วง ปกิสว่า เป็นมะม่วงสดทั้งลูกหั่นแล้วโปะด้วยโยเกิตเต็มแก้ว โยเกิตรสชาติดิบมาก คือ ยังเปรี้ยวมากๆๆ แต่มีน้ำเชื่อมให้เติมตามใจชอบ

นี่ยังมีอีกมากมายที่เรายังไม่ได้ลอง แค่เดินดูก็มีความสุขแล้วกับบรรยากาศข้างทางแบบนี้ ตอนเห็นอาหารพัวไฮแบบนี้นึกถึงอีหนุ่มและอีดิ๋วเป็นอย่างมาก (พวกชอบอาหารพัวไฮ) แต่กินแบบนี้มากๆไม่ไหวนะ มีแต่ของมันๆ แล้วไม่รู้ใช้น้ำมันอะไรกัน อาหารหลายอย่างก็พัวไฮเกินกว่าจะรับได้ แต่เราก็กลับมาโดยไม่ท้องเสียใดๆ

 

ตลาดสดที่ครึกครื้นใจกลางย่างกุ้ง

ตลาดสดที่ครึกครื้นใจกลางย่างกุ้ง

Food of India

มาตรฐาน

คนอินเดียนิยมรับประทานอาหารมังสวิรัติมานานจนเป็นวัฒนธรรม แม้กระทั่งคนที่ทานเนื้อสัตว์ได้ก็ใช่จะทานเนื้อสัตว์กันทุกวัน ส่วนใหญ่เขาทานผักเป็นหลัก แล้วค่อยทานเนื้อสัปดาห์ละครั้ง ยกเว้นคนที่รวยหน่อยก็อาจกินดีอยู่ดีได้ทานเนื้อสัตว์มากกว่าคนทั่วไป

มาว่าถึงอาหารธรรมดาสามัญที่คนอินเดียรับประทานกันประจำทุกครัวเรือน พอจะประมวลได้ 20 อย่าง ดังนี้

 

1. จาปาตี (Chapati) เป็นแป้งแผ่นแบนที่ทำจากข้าวสาลี เป็นอาหารหลักที่รับประทานกับกับข้าวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแกงถั่ว แกงเผ็ด ผัดผัก คนทางเหนือของอินเดียนิยมรับประทานกัน แต่ทางใต้กลับนิยมทานข้าวเป็นหลักมากกว่า

2. ดาล (Dal) อาหารประเภทแกงหรือซุป ที่ทำจากถั่วชนิดหนึ่ง มักจะต้มให้เหลวๆ เละๆ แต่มีโปรตีนสูง เป็นมื้อหลักประจำทุกมื้อ ทานคู่กับจาปาตี และอาจมีผัดผักร่วมด้วยอีกอย่าง

3. แกงเผ็ด (Curries) แกงเผ็ดทั่วไปที่ใส่มัสซาลา มีหลากหลายรูปแบบ มักนิยมทานเป็นอาหารหลักเกือบทุกมื้อ มีทั้งมังสวิรัติ และเติมเนื้อสัตว์หลากหลายอย่าง

4. ข้าว (Rice) คนทางใต้ของอินเดียนิยมรับประทานข้าวร่วมกับอย่างอื่นเหมือนบ้านเรา ต่างจากทางเหนือที่ทานจาปาตีแทนข้าว

5. ผักดอง (Pickle) เป็นของที่ต้องทานประจำแก้เลี่ยนดีนัก เนื่องจากอาหารอินเดียออกรสเค็ม มัน เครื่องดองก็จะช่วยบรรเบาได้ ผักที่นิยมดอง ได้แก่ มะม่วง ขิง พริกเขียว เป็นต้น

6. ขนมหวาน (Sweets) ทำมาจากนมและเนยเป็นหลัก และมีรสหวานจัด ชาวอินเดียนิยมรับประทานกันโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ จะนำมาแจกจ่ายกันรับประทาน

7. โยเกิร์ต (Curds หรือ Lassies) ผู้คนนิยมทานเคิร์ต ซึ่งออกรสเปรี้ยวหลังอาหาร หรือรับประทานร่วมกับข้าว แต่ลาสซี่ ซึ่งมีรสหวาน นิยมทานเป็นของหวานหลังอาหาร

8. อิดลี (Idli) ก้อนแป้งนึ่งสีขาว คล้ายขนมถ้วยฟูบ้านเรา แต่ออกรสเปรี้ยวเล็กน้อย นิยมทานคู่กับชุตนี (Chutney) ซึ่งเป็นน้ำราดที่ทำมาจากมะพร้าว เป็นอาหารเช้ายอดนิยมของทางใต้

9. โดซ่า (Dosas) อาหารยอดนิยมของทางใต้เช่นกัน นิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า  รูปร่างคล้ายแพนเค็กที่ทำจากข้าว บ้างก็สอดไส้มันฝรั่ง

10. ซัมบาร์ (Sambar) เป็นดาลประเภทหนึ่งรับประทานกับอิดลี หรือโดซ่า หรือรับประทานกับข้าวเป็นอาหารเที่ยงหรืออาหารค่ำ

11.ราซัม (Rasam) เป็นดาลประเภทหนึ่งนิยมมากทางใต้ เป็นซุปที่ค่อนข้างเค็ม เผ็ด แต่อร่อย

12. ปาราธะ (Paratha) เป็นจาปาตีแผ่นหนาที่ทอดในน้ำมัน  (ค่อนข้างชุ่มน้ำมัน) เป็นอาหารที่นิยมของทางเหนือ รับประทานเป็นอาหารเช้า

13. ปาโกดา (Pakoda) เป็นของว่างที่นิยมรับประทานกับชา คล้ายผักชุบแป้ง ทอดในน้ำมันท่วม

14. ปูรี (Puri) โรตีขนาดเล็ก ทอดในน้ำมันท่วม รับประทานกับแกงเผ็ด

15. ปาปัด (Papad) เป็นข้าวเกรียบชนิดหนึ่ง เป็นแผ่น ทอดในน้ำมันร้อน มักรับประทานเป็นออร์เดิร์ฟ มักเสิร์ฟก่อนอาหารหลักอื่นๆ

16. ไก่แทนดอรี (Chicken Tandoori) เป็นอาหารประเภทเนื้อไก่ที่คนอินเดียนิยมทานมาก มีสีแดงจากเครื่องเทศ เผ็ดร้อน แต่อร่อย

17. โชเล่ บะตูรา (Chole Batura) อาหารที่นิยมของทางเหนือ ทำจากถั่ว เป็นชนิดหนึ่งของนาน

18. นาน (Naan) เป็นประเภทหนึ่งของโรตี หรือจาปาตี เป็นอาหารหลักที่รับประทานพร้อมดาล แกงเผ็ดอื่นๆ และผัดผัก

19. กะบับ (Kebab) เป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ย่างอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อหมู หรือแม้แต่ปลา มักออกรสเผ็ดร้อน เป็นที่นิยมของทางเหนือ

20. ปลา (Fish) อาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่นิยมทานกันอีกอย่างรองลงมาจากเนื้อไก่ นำมาปรุงอาหารทั้งทอดและแกง

เหล่านี้เป็นอาหารสามัญทั่วไปที่คนอินเดียนิยมรับประทานกัน แต่ถ้าเป็นเทศกาลงานพิธีสำคัญก็อาจมีจานพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกหลายอย่าง

Food of America’s

มาตรฐาน

เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีผู้อพยพเข้ามาอยู่ ตลอดเวลา อาหารในประเทศจึงมีความหลากหลาย     โดย อาหารพื้นเมืองในสหรัฐอเมริกา หรืออาหารชาวอินเดียนแดง คืออาหารที่มีส่วนประกอบของไก่งวง มันสำปะหลังข้าวโพด และ ฟักทองโดยในปัจจุบันจากการอพยพจากประชากรจากฝั่งยุโรปเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในส่วนของ

อาหารอเมริกัน ซึ่งได้แก่อาหารหลายประเภท เช่น พายแอปเปิล พิซซา ชาวเดอร์ พาสตา แฮมเบอร์เกอร์  ฮอดด็อก แซนด์วิช และนอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่อพยพมาจากทางประเทศเม็กซิโก ซึ่งอาหารประเภทเบอร์ริโต และทาโก ได้เป็นอาหารหลักในสหรัฐอเมริกา  นอกจากนี้อาหารชาติอื่นไม่ว่าจะเป็นซูชิ ของญี่ปุ่น หรือติ่มซำของจีน รวมไปถึง อาหารไทยเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในสหรัฐอเมริกาเช่นกัน